บทความฟุตบอล โธมัส ทูเคิ่ล

บทความฟุตบอล โธมัส ทูเคิ่ล กับเหตุที่ทำให้เจ้าตัวถูกปลดกลางอากาศ

บทความฟุตบอล โธมัส ทูเคิ่ล ได้ถูกทางต้นสังกัดปลดตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจากที่เขานำทีมไปพ่ายต่อ “ดินาโม ซาเกร็บ” ด้วยสกอร์ 0-1 ในศึกยูฟ่า “แชมเปี้ยนส์ ลีก” เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ซึ่งในช่วงตลาดซื้อขายฤดูร้อน “ทูเคิ่ล” ใช้งบประมาณในการเสริมทัพไปสูงถึง 270 ล้านปอนด์ แต่ผลงานกับสวนทางกับงบประมาณที่ลงไปจำนวนมหาศาล ซึ่ง “เชลซี” สามารถคว้าชัยจากทุกรายการได้เพียง 3 จาก 7 เกมที่ลงสนามเท่านั้น แต่หลายคนก็มองว่า มันไม่ยุติธรรมกับเขาเอาซะเลย เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฤดูกาลใหม่เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน “ทูเคิ่ล” ซึ่งรับใช้ทัพ “สิงห์บลู” มานานกว่า 1 ปี กับอีก 4 เดือน พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปมาได้ 1 สมัย เมื่อช่วงต้นฤดูกาลเจ้าตัวก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการต่อสัญญากับทางต้นสังกัดโดยเผยว่า “คุณก็รู้ดีว่าผมดีใจที่ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ และผมรักมันมากแค่ไหน”

อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาชีพของกุนซือวัย 49 ปี รายนี้กับ “เชลซี” มันจะกลายเป็นความหลังไปแล้ว และเหตุผลมากมายที่ทำให้เขาต้องโบกมือลาทีมที่เขารักแบบไม่ทันได้เตรียมใจ ซึ่งในวันนี้ทาง Guru Cafe จะพาคุณไปรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถทำหน้าที่ต่อได้ในถิ่น “สแตมฟอร์ด บริดจ์” จะมีสาเหตุอะไรบ้างนั้นเราไปตามกันต่อเลยดีกว่า

ผลาญงบมหาศาล แต่ผลงานกลับไม่ดี?

ทัพ “สิงห์บลู” ภายใต้การบริหารของ “ท็อดด์ โบห์ลีย์” เจ้าของสโมสรคนใหม่ ที่กลายมาเป็นพาดหัวข่าวอันดับต้น ๆ เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นสโมสรที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในยุโรป ได้ใช้งบไปแล้วกว่า 278.4 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวแข้งใหม่ 10 รายมาเสริมทัพเมื่อตลาดซื้อขายรอบที่ผ่านมา

“ทูเคิ่ล” เข้าไปเจรจากับบอร์ดบริหารชุดใหม่ของ “เชลซี” เพื่อขอเบิกงบประมาณในการเสริมทัพ ทั้ง คาลิดู คูลิบาลี่ , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , มาร์ค กูกูเรย่า , ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง และ เวสลีย์ โฟฟาน่า

อย่างไรก็ตามนักเตะที่แต่ละคนที่เข้ามาภายใต้แผนของนายใหญ่รายนี้ จะยังไม่สามารถทำผลงานได้เข้าตาซักครั้ง อาทิเช่น “ตูลิบาลี่” ที่ทำเกมพลาดอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำยังโดนใบแดงแบนออกจากสนามในเกมที่บุกพ่าย “ลีดส์ ยูไนเต็ด” ด้วยสกอร์ 3-0 ส่วน “กูกูรูย่า” ก็ฟอร์มแผ่ว แววเก่งไม่ได้ฉายออกมาเหมือนครั้งที่อยู่กับ “ไบรท์ตัน” และ “สเตอร์ลิ่ง”

ขณะที่ “โอบาเมยอง” ก็อายุมากแล้ว ดูเหมือนว่าการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นเส้นทางที่ผิด หลังจากที่ช่วงก่อนหน้า หัวหอกชาวกาบอง ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ “อาร์เซน่อล” และล่าสุดกับ “บาร์เซโลน่า” แม้เขาจะเคยร่วมงานกับ “ทูเคิ่ล” ที่ “ดอร์ทมุนด์” มาแล้วก็ตาม

“โบห์ลีย์” มีความคิดว่า เขาลงทุนเสริมแกร่งให้กับทีมได้อย่างเต็มที่กแล้ว ซึ่ง “ทูเคิ่ล” น่าจะทำได้ดีกว่านี้ในการเค้นฟอร์มเก่งของนักเตะออกมา และในที่สุดเจ้าของทีมคนใหม่ก็ตัดสินใจที่จะเลือก “แกรแฮม พ็อตเตอร์” เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแทน

บทความฟุตบอล โธมัส ทูเคิ่ล

เกมรับย้วยไม่เหมือนก่อน

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะเห็น “ทูเคิ่ล” ผิดหวังกับผลงานที่ลูกทีมเขาสามารถทำได้ โดยก่อนหน้านี้ แนวรับของทัพ “สิงห์บลู” ถือว่าเป็นจุดเด่นของทีมนี้เลยก็ว่าได้ แต่ทว่านับตั้งแต่ “แฟรงค์ แลมพาร์ด” เมื่อเดือนมกราคา ปี 2021 พวกเขาเสียประตูไปเพียง 24 ประตูจาก 50 นัดแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม

อย่างไรก็ตามิสิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ 50 เกมหลังสุดต่อจากนั้นมันก็ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว ด้วยการเสียไปถึง 53 ประตู เปรียบเทียบในเชิงตัวเลขได้ว่า “เชลซี” มีค่าเฉลี่ยในการเสียประตูถึง 1.06 ประตูต่อเกม

การจากไปของ “อันโตนิโอ รูดิเกอร์” กองหลังชาวเยอร์มันที่ย้ายไปร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” แบบไม่มีฟรีเอเย่นต์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเสียประตูไปอย่างง่ายดาย โดยช่วงที่ “ทู่เคิ่ล” คุมทีมอยู่นั้น “รูดิเกอร์” ถือว่าเป็นหนึ่งในเตะคนสำคัญของเกมรับเลยก็ว่าได้

“ทูเคิ่ล” ต้องใช้เวลาในการก่อร่างแนวรับของ “ทัพสิงห์บลู” ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้รับโอกาสที่มากพอ รวมถึงแข้งรายใหม่อย่าง “คูลิบาลี่” ก็ยังฟอร์มเข้าที่ จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เขาโดนปลดกลางอากาศเช่นนี้

ทูเคิ่ล ต้องใช้เวลาในการสร้างกำแพงเหล็กในแนวรับ เชลซี ขึ้นมาใหม่ แต่เขาก็ไม่ได้รับเวลามากพอ รวมถึงนักเตะใหม่อย่าง คูลิบาลี่ ก็ยังฟอร์มไม่เข้าที่เข้าทางนัก จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาโดนเด้งแบบรวดเร็วเช่นนี้

ปัญหาเกมรุกที่แก้ไม่หาย

วิธีที่ดีที่สุดในแก้ไขจุดอ่อนของแนวรับเลย คือ ประสิทธิภาพในเกมรุกที่ดุดัน แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง “ทูเคิ่ล” เอาซะเลย ที่เหล่าบรรดาแนวหน้าของ “เชลซี” หลาย ๆ คนต่างพากันฟอร์มดรอปกันทุกราย

การทำงานระหว่างนายใหญ่กับหัวหอกของทีมดูเหมือนจะไม่ง่ายเลย ส่วน “โรเมลู ลูกากู” ที่ย้ายกลับมาช่วงฤดูร้อนปีที่ผ่านมาก็ถูกส่งกลับ “อินเตอร์ มิลาน” ไปเป็นทีเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก

นักเตะอีกรายที่ย้ายกลับถิ่นเก่าไปแล้วอย่าง “ติโม แวร์เนอร์” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่สามารถงัดฟอร์มที่แท้จริงออกมาได้แม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ “คัลลัม ฮัดสัน โอดอย” ก็ได้ย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัวเช่นเดียวกัน

ขณะที่แนวรุกคนอื่น ๆ อย่าง “คริสเตียน พูลิซิซ” และ “อาคิม ซิเยค” ก็เรียกฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้จนกระเด็นไปเป็นตัวสำรอง และดูเหมือนว่าอนาคตของพวกเขาทั้งคู่ในสโมสร “เชลซี” ก็ดูเหมือนจะไม่แน่นอนแล้ว

ทูเคิ่ล สร้างแนวรุกขึ้นมาใหม่ในช่วงฤดูร้อนนี้ ด้วยการคว้าตัว “สเตอร์ลิ่ง” และ “โอบาเมยอง” เข้ามาร่วมมือกับ “เมสัน เมาท์” และ “ไค ฮาเวิร์ตซ์” แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเขาก็มมีเวลาปรับจูนทีมได้ไม่นาน และโดนไล่ไปเสียก่อน

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับกูรูคาเฟ่ คลิก 

ให้ฟุตบอลเป็นมากกว่ากีฬา

รับทีเด็ดแม่นๆ ส่งตรงจากคอลัมนิสต์ตัวจริง
คลิกเลย @GURUCAFEV2 

https://bit.ly/3pu5Tar