บทความฟุตบอล เจาะลึก คาริม เบนเซม่า บัลลงดอร์คือความฝัน

บทความฟุตบอล เจาะลึก เบนเซม่า ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงรางวัลบัลลงดอร์ พร้อมยกว่านี่คือความฝันที่อยู่กับเขามาตั้งแต่วัยเยาว์

ถาม : เราเริ่มต้นกันที่ บัลลงดอร์ คุณรู้สึกอย่างไร ?

เบนเซม่า : ตั้งแต่เด็กมันคือหนึ่งในเป้าหมายและความฝันที่ยิ่งใหญ่ของผม มันไม่ใช่บางอย่างที่คุณจะคิดถึงได้ในทุกวัน คุณไม่สามารถคิดถึงมันในทุกครั้งที่ลงไปซ้อม แต่ผมต้องการที่จะคว้ามัน  มันอยู่ในหัวของผมมาตลอดตั้งแต่ผมยังเด็ก

ผมเติบโตในเจนเนอร์เรชั่นที่เห็น ซิซู กับ โรนัลโด้ (บราซิล) ลงเล่น และพวกเขาคว้าบัลลงดอร์ ผมเริ่มรักฟุตบอลจากจุดนั้น เมื่อได้เห็นพวกเขา, ปีที่แล้วผมได้อันดับที่ 4  ผมเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าชิง แต่ผมไม่ได้แชมป์กับทีม ส่วนปีนี้ผมคว้าแชมป์รายการสำคัญทุกรายการกับทีม

ถาม : บัลลงดอร์มีความหมายกับคุณอย่างไรบ้าง ?

เบนเซม่า : เป็นความฝันที่ยิ่งเสียกว่าความจริง สิ่งนี้มีความหมายเป็นพิเศษเพราะมันคือเป้าหมายของผมตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่ม นักฟุตบอลทุกคนต่างฝันที่จะคว้าบัลลงดอร์ในสักวันนึง

ถาม : ใครคือฮีโร่ของคุณในวัยเด็ก ?

เบนเซม่า : ผมคงต้องบอกว่าฮีโร่ของผมคือพ่อกับแม่ เพราะทั้งคู่ผ่านความลำบากมามาก มันแย่มากจริงๆ ตอนเด็ก ผมไม่มีนักเตะคนไหนเป็นแบบอย่างให้เดินตาม ผมคงจะไม่บอกกับคุณว่าผมแก้ปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่จากจุดที่ผมเดินมา ผมต้องยอมสละบางอย่างทิ้งไป

ตอนอายุ 15-16 ผมเริ่มได้รับแรงบันดาลใจจาก โรนัลโด้ , จาก ซีดาน และก็นักเตะคนอื่นๆที่ผมเรียนรู้จากเขา แต่ผมไม่เคยพูดเลยว่า “ผมอยากเป็นเหมือนอย่างพวกเขา”

ถาม : ตอนที่คุณคว้าแชมเปี้ยนส์ลีก คุณอยู่ในสนามพร้อมกับลูกๆ รู้สึกอย่างไรตอนนั้น ?

เบนเซม่า : มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ มันมหัศจรรย์ ผมรู้สึกตื่นเต้นตอนที่ลูกสาว และลูกชายของผมมาที่สนามเพื่อมาดูผม มันมีความสุขมาก นอกจากนี้ลูกชายของผมก็ยังชอบฟุตบอลด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่สุดยอดและมหัศจรรย์ ผมไม่รู้จะบรรยายยังไง

ถาม : แล้ว คาริม เบนเซม่า เป็นคุณพ่อแบบไหน ?

เบนเซม่า : ระหว่างผมกับลูกชาย อิบราฮิมา จะมีเรื่องฟุตบอลร่วมกัน เขาเล่นได้ดีมากๆ แต่ตอนที่ผมซ้อมกับเขา ผมไม่ได้ใจดีเสมอไปหรอกนะ ถ้าเขาไม่ฟังตอนที่ผมส่งบอลให้,ตอนควบคุมบอล หรือใดๆก็ตาม มันไม่มีค่าเลยสำหรับประโยคที่ว่า “ปาป้า, ผมจะร้องไห้แล้ว หรือ ผมกำลังเศร้า”

ผมเป็นแบบนี้ , มันทำให้ผมนึกถึงพ่อของผม เพราะเขาก็สอนผมด้วยวิธีนี้เช่นกัน ผมมีความสัมพันธ์กับลูกชายในแบบนี้ แม้ว่าตอนซ้อมเสร็จผมจะเข้าไปกอดเขาถ้าเขาเป็นผู้ชนะก็ตาม (หัวเราะ)

ถาม : บนเส้นทางอาชีพ ช่วงเวลาใดบ้างที่คุณรู้สึกประทับใจมากที่สุด ?

เบนเซม่า : ประตูแรกใน แชมเปี้ยนส์ลีก กับ ลียง แล้วก็ตอนประเดิมสนามกับ เรอัล มาดริด มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่อะไรจะมาเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังมีประตูแรกที่ผมยิงได้, แล้วก็ประตูที่ผมยิงได้ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านมา แม้ว่าผมจะเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 4 สมัย เรามีทีมที่สุดยอด แต่การคว้าแชมป์สมัยที่ 5 นั้นพิเศษที่สุด มันไม่ใช่เพราะผมมีส่วนร่วมกับมันมากที่สุด แต่ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ

ถาม : คุณจะบรรยายถึงวิวัฒนาการของคุณกับเรอัล มาดริด อย่างไรบ้าง ?

เบนเซม่า : ในช่วงเวลาเริ่มต้นทุกอย่างเต็มไปด้วยความยากลำบาก, มันยากมากๆ ผมตอนนั้นยังเป็นแค่เด็กหนุ่มที่อยู่คนเดียวในมาดริด ผมพูดภาษาไม่ได้ ฤดูกาลแรกเต็มไปด้วยความยุ่งยาก แต่ผมก็จำเป็นต้องตอบสนองต่อมัน และพูดได้ว่า “นี่ไม่ง่ายเลย”

ผมมีพรสวรรค์ มีทุกอย่างที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จกับสโมสร แต่ผมต้องคิดให้ออกว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผมไม่หยุดเติบโต ถ้าผมยังคงอยู่ในระดับที่ผมเป็นในตอนนั้น ผมคงจะไม่ประสบความสำเร็จ

ถาม : ในช่วงเวลาผ่านมา คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการฝึกซ้อม หรือแผนการเล่นในแต่ละเกมมั๊ย ?

เบนเซม่า : สำหรับในปัจจุบัน มันดีกว่าถ้าผมจะซ้อมให้น้อยลงหน่อย แต่ว่ามันเป็นเรื่องปกติ ตอนที่ผมอายุ 21 มันไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องซ้อมอย่างบ้าคลั่ง ผมพูดถึงฟุตบอลในยุคนั้นนะ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป แน่นอนว่าผมจำต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเองเล็กน้อย ผมจพต้องปรับตัว

ถาม : คุณอยากทำอะไรหลังจากเลิกเล่น ?

เบนเซม่า : ผมยังไม่รู้เลย คงดีถ้าจะช่วยฝึกซ้อมให้พวกเด็กหน่มๆ แนะนำพวกเขาให้เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลที่ดีให้เข้าใจว่าการเป็นยอดนักเตะนั้นสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของการยิงประตู ผมคิดว่าพวกเรายังฝึกซ้อมนักเตะหนุ่มในยุคปัจจุบันได้ไม่ดีนัก

ถ้าคุณถามพวกเขา ณ วันนี้พวกเขาจะบอกว่าอยากยิงประตู ทุกคนต้องการยิงประตู แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น , เมื่อเลิกเล่นผมยังไม่อยากเอาตัวเองออกห่างจากฟุตบอลเท่าไหร่

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับ กูรูคาเฟ่ 

ให้ฟุตบอลเป็นมากกว่ากีฬา
รับทีเด็ดแม่นๆ ส่งตรงจากคอลัมนิสต์ตัวจริง
คลิกเลย @GURUCAFEV2