บทความฟุตบอล เกรแฮม พ็อตเตอร์

บทความฟุตบอล เกรแฮม พ็อตเตอร์ กับปฏิบัติการทำทีมครั้งใหม่ ในถิ่น “สแตมฟอร์ดบริดจ์”

บทความฟุตบอล เกรแฮม พ็อตเตอร์ ที่เข้ามาเป็นซือประจำทัพ “สิงห์บลู” แทนที่ “โธมัส ทูเคิล” แบบสายฟ้าแลบ จากเหตุที่ผลงานทีมในตอนนี้ไม่เป็นไปตามเป้าในช่วงต้นฤดูกาล

อดีตมันก็คืออดีตเราจะร้องเรียกให้มันกลับมาก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเพียงหนึ่งวันหลังจากนั้น “สิงห์บลู” ก็เปิดตัวนายใหญ่คนใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าเหล่าแฟนบอล หรือลูกทีมหลาย ๆ คนยังไม่ทันได้เตรียมใจเลยก็ว่าได้

ปรัชญาการนำทัพ

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่ากุนซือรยนี้เขามีสไตล์การนำทัพที่สมัยใหม่พอตัวเลย โดยที่ทีมของเขาจะเน้นเกมรุก เน้นครองบอล มีการเข้าทำที่สวยงาม หลากหลาย และที่สำคัญเป็นกุนซือที่ใช้แนวทางการเล่นแบบ 3 เซ็นเตอร์มาตั้งแต่สมัยที่คุมทีมใหม่ ๆ ในลีกสวีเดนอีกด้วย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นข้อดีเพราะนักเตะของทัพ “สิงห์บลู” ค่อนข้างคุ้นชินกับระบบลักษณะนี้ ไม่แน่อาจจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนในแผนเกมรุกจะใช้วิงแบ็ค 2 ฝั่ง ทั้งซ้าย และขวาดทำหน้าที่เติมเกมริมเส้น ซึ่งที่นี่เขาจะได้ร่วมงานกับลูกมือที่คุ้นเคยอย่าง “มาร์ค คูคูเรญา” ที่เคยปลุกปั้นขึ้นมากับมือเมื่อฤดูกาลก่อนอีกครั้ง ขณะที่กองกลาง และกองหน้าค่อนข้างจะยืดหยุ่นพอสมควร เล่นได้ทั้งหน้า 3 กลาง 2 หรือกลาง 3 หน้า 2 แม้แต่หน้า 1 กลาง 4 ก็มีให้เห็นบ่อย ๆ ซึ่งก็คงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และปรับใช้ตามความเหมาะสม

มิดฟิลด์คือจุดเด่นของงาน

แม้ว่า “ไบรท์ตัน” จะต้องเสียกำลังหลักไปถึง 3 รายในช่วงซัมเมอร์ทั้ง อีฟส์ บิสซูมา , มาร์ค คูคูเรญา และ นีล โมเป ไปแต่ม “พ็อตเตอร์” ก็ยังสามารถสลับตำแหน่งยืนภายในทีมให้สามารถทดแทนได้อย่างลงตัวที่สุด “ทรอสซาร์ด” และ “มาร์ช” ถูกขยับไปเป็นวิงแบ็ค และถอย “อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์” มาเป็นตัวปั้นเกมแบบดีพไลน์เพลย์เมคเกอร์คอยออกบอลกลางสนามโดยมี “ปาสกัล กรอสส์” และ “มอยเซส์ ไซเซโด” เป็น บ็อกซ์ทูบ็อกซ์วิ่งขึ้นลงประสานเงินเติมเกมในแนวรุก และรับ แถมยังมักจะให้ “อดีม ลัลลานา” และ “เอน็อค เอ็มวีปู” ลงมาช่วงแพคแดนกลาง และเมื่อสามารถคุมจังหวะได้ทั้งรุก และรับวิงแบ็คสองข้างก็แทบจะอิสระในการเติมเกมถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ตำแหน่งหลักของทั้ง “มาร์ช” และ “ทรอสซาร์ด” ก็ตาม แต่ด้วยระบบที่ลงตัวแบบนี้ทำให้ผลงานของทั้งคู่นั้นโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด จากการได้เติมเข้าไปลุ้นกรอบโทษอยู่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งนี่ก็ดูเหมือนจะเป็นไม้เด็ดที่ทำให้เกมของพวกเขาลื่นไหลจนสามารถคว้าแต้มได้แบบถล่มทลายใน 6 เกมหลังสุด

การขึ้นเกมไม่เห็นต้องตามใคร

ในขณะที่รูปแบบเกมของทีมยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ มักจะมีแนวทางในการสร้างเกมจากหน้าปากประตูตัวเอง จะไมม่ีการเปิดบอลยาวซักเท่าใดนัก สาดจากหลังไปหน้า แต่จะค่อย ๆ ต่อบอลไปเป็นขั้นทีละเล็กน้อย ขึ้นจากผู้รักษาประตูมาที่กองหลัง ด่านหลังส่งต่อให้กับแดนกลาง แต่ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ “พ็อตเตอร์” ทำ เพราะตั้งแต่เริ่มฤดูกาลใหม่มานั้น พลพรรคนกนางนวล เป็นทีมที่มัตราการเปิดบอลยาวมาเป็นอันดับที่ 4 จนถึงตอนนี้ ซึ่งคิดเป็น 60% ของการผ่านบอลทั้งหมดเลยทีเดียว แต่ทว่าการเปิดบอลยาวยังไงถึงจะมีประสิทธิภาพ นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งกลเม็ดมันอยู่ที่การเซ็ตเกมจากกองหลังซึ่ง 4 ประสานทั้ง ดังค์ เวลต์ , มัน เว็บสเตอร์ และ แมคอัลลิสเตอร์ ที่ถอยลงมารับบอล ยืนเป็นได้มอนด์เชพในแดนตัวเองคอยมองหาเพื่อ และออกบอล ยิ่งคู่แข่งเข้าบีบสูงก็ยิงเปิดพื้นที่ในแดนหลัง ซึ่งกองกลางรายอื่น ๆ โดยเฉพาะวิงแบ็คทั้งสองฝั่งจะสลับกันสอดตัวขึ้นไปในพื้นที่ว่าง แต่หากทีมคู่แข่งนั้นยืนครองพื้นที่อยู่ พวกเขาก็สามารถต่อบอลสั้น ๆ ขึ้นเกมตามสไตล์ยอดฮิตอยู่ได้เช่นเดียวกัน

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับกูรูคาเฟ่ คลิก 

ให้ฟุตบอลเป็นมากกว่ากีฬา

รับทีเด็ดแม่นๆ ส่งตรงจากคอลัมนิสต์ตัวจริง
คลิกเลย @GURUCAFEV2 

https://bit.ly/3pu5Tar