บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน

บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน นายใหญ่ผู้พาแคนนาดาหวนคืนสู่บอลโลกรอบ 36 ปี

บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน คือกุนซือที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของทีมชาติแคนาดาหวนคืนสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 36 ปี เราจะเห็นผลงานของเขาได้จากการพาทีมไปถล่มใส่ ทีมชาติจาร์ไมก้าแบบขาดลอย ด้วยสกอร์ 4-0 ส่งผลให้พวกเขาคว้าตัวลุยทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ปลายปี 2022 ที่กรุงกาตาร์ได้สำเร็จ และกลายเป็นชาติแรกในโซนคอนคาเคฟ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วย

เป็นทีมที่เลือกใช้งานหน้าใหม่ และวัยเก๋าได้อย่างลงตัว?

บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน

อัลฟอนโซ่ ดีวี่ส์ คือดาวเตะประจำทีมชาติแคนาดาชุดปัจจุบัน แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้ลงเล่นอีกเลยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา นั่นก็เพราะว่าปัญหาด้านหัวใจ ถึงแม้ว่า “เฮิร์ดแมน” และทีมของเขาจะสามารถผ่านเข้าสุดท้ายในฟุตบอลโลกมาได้ ถึงแม้จะไร้ตัวตั้งรับจาก “บาเยิร์น มิวนิค” ก็ตาม

ในตอนนั้น “ดาวี่ส์” กำลังอยู่ในระหว่างการพักฟื้นอยู่ และมีหวังร่วมลุยศึกใหญ่ไปพร้อมกันกับ “โจนาธาน เดวิด” กองหน้าเนื้อหอมจาก ลีลล์, เทจอน บูคาแน่น แนวรุกจาก คลับ บรูซ หรือ ไคล์ ลาริน ศูนย์หน้าจาก เบซิคตัส

ผู้เล่นเหล่านั้นเป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาแข้งเยาวชนของ “คานาดา” ถูกยกระดับขึ้นมาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งกีฬาฟุตบอลก็กลายเป็นที่สนใจของคนในประเทศไทยมากขึ้น

นอกจากผู้เล่นหนุ่มแล้ว ทีมชุดนี้ก็ยังคงมีเตะมากประสบการณ์รวมอยู่ด้วยทั้ง จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, มิลาน บอร์ยาน หรืออติบา ฮัทชินสัน มิดฟิล์ดกัปตันทีมวัย 39 ปี ไว้ประคองรุ่นน้อง สร้างความสมดุลในทีมได้อย่างดีเช่นกัน

เฮิร์ดแมน ได้กล่าวกับ BBC Sport “ทีมแคนาดา คือชาติที่โดดเด่นเรื่องฮอกกี้ แต่ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีส่วนร่วมสุด”

“เด็ก ๆ ทุกคนเล่นฟุตบอล นั่นคือความจริง ประเทศนี้มีประชากรที่หลากหลายมาก เรามีหู้อพยพจำนวนมาก รวมถึงตัวของผมเองก็ได้เป็นหนึ่งในนั้น แต่ผมก็ยังมีความรักครั้งแรกเป็นฟุตบอล”

“แต่พวกเขาไม่มีทีมชาติที่คอยสนับสนุน แม้ทีมฟุตบอลหญิงจะประสำความเร็จไปแล้ว แต่ฝั่งของทีมชายกลับไปไม่ได้ถึงระดับนั้น มันเป็นเหมือนยักษ์หลับ แต่ก็มีความสามารถพร้อมที่จะเข้าไปกระตุ้นจิตใจของแฟนกีฬาชาวแคนาดา”

แรงฮึดจากผู้ที่ไม่เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน

นี่ก็เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ “เฮิร์ดแมน” ชายหนุ่มที่เติบโตในถิ่น เค้าน์ตี้ เดอร์แฮม ตัดสินใจลางานโค้ชทีมในชุดเยาวชนของ “ซันเดอร์แลนด์” เพื่อไปเริ่มต้นเส้นทางใหม่ใน นิวซีแลนด์ และรับงานคุมทีมฟุตบอลหญิงในปี 2006

นั่นถือว่าการตัดสินใจที่ดีแล้วสำหรับกุนซือวัย 46 ปี กับการพาทีม “กีวี่ หญิง” ลุยศึกฟุตบอลโลกในปี 2007 กับ 2001 รวมถึงโอลิมปิกปี 2008 และจุดนั้นเองก็ทำให้เขาได้เข้ามาคุมทีมหญิงแคนาดา และทีมชา

นั่นถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับกุนซือวัย 46 ปี กับการพาทีม กีวี่ หญิง ลุยบอลโลก ในปี 2007 กับ 2001 รวมถึงโอลิมปิกปี 2008 และจุดนั้นเองก็ทำให้เขาได้เข้ามาคุมทีมหญิงแคนาดา และทีมชาติในเวลาต่อมา

แต่ทว่าการที่เจ้าตัวไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อน ถึงเล่นก็เพียงแค่ทีมระดับสมัครเล่นกับ “ฮิบิสคัส โคสต์” สมัยย้ายไป นิวซีแลนด์ ช่วงแรก ๆ

ด้วยเหตุนี้แล้วมันจึงทำให้เขาโดนดูถูกความสามารถในช่วงเริ่มต้นการเป็นกุนซือเช่นกัน และสิ่งนั้นกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เขาอยากพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับฟุตบอลระดับสูง

กุนซือชาวอังกฤษ ได้กล่าวไว้ว่า “มีแรงกระตุ้นครั้งใหญ่ในตอนนั้น เมื่อคุณยังไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ คุณมักจะมีความขุ่นเคืองในใจอยู่เสมอ”

“ผมไม่เคยได้เล่นในลีกระดับสูง และในช่วงปีแรก ๆ ในการเป็นเฮ้ดโค้ช ผมโดนผู้คนพูดใส่ในเรื่องนี้ค่อนข้างบ่อย มันพัฒนาความคิจิตใจที่จะทำงานให้หนักมากขึ้นเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าผมอยู่ในระดับใด”

เป็นรายที่ 2 ในประวัฒศาสตร์

บทความฟุตบอล จอห์น เฮิร์ดแมน

ซึ่งในช่วงปัจจุบันนี้ “เฮิร์ดแมน” ทำสิ่งที่กุนซือทีมชาติแคนนาดารายอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ตลอด 36 ปี ที่ผ่านมานั่นก็คือการที่พาทีมชาติได้ตั๋วลงเล่นฟุตบอลโลกได้สำเร็จ หลังเกมรอบคัดเลือกที่ถล่ม จากไมก้า ด้วยสกอร์ 4-0

นั่นทำให้ชาติเมเปิ้ล กลายเป็นชาติแรกในโซนคอนคาเคฟ ที่คว้าตั๋วชิงแชมป์โลกที่ “กาตาร์” ก่อนใคร และทำได้ก่อนตัวเต็งทวีปอย่าง แม็กซิโก และสหัรัฐอเมริกา ด้วยซ้ำ

เฮิร์ดแมน ได้กล่าวในเกมวันนั้นว่า “เราเพิ่งผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก นี่เป็นสิ่งที่การันตรีแล้วว่าเราเป็นประเทศแห่งฟุตบอลอย่างแท้จริง”

เมื่อผมรับงานครั้งแรก และพูดว่า “เรากำลังจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก” ผมไม่คิดว่าพวกเขาเชื่อคำพูดพวกเราด้วยซ้ำ ผมมีความสุขมากสำหรับพวกเขาจริง ๆ เพราะเหล่าบรรดาแฟนบอลเหล่านี้ต่างรอคอยกันมาอย่างยาวนาน และอยู่กับทีมของพวกเรามาโดยตลอด และเรากำลังจะได้ไปเสียที”

“ผมคิดว่าประเทศนี้ไม่เคยจะเชื่อมั่นในตัวของพวกเรา เพราะเราไม่ได้ทำอะไรให้พวกเขาเชื่อเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้พวกเขาเชื่อแล้ว นี่คือเวลาสำหรับทุกคนที่จะสนับสนุนฟุตบอล และรวมตัวกันเพราะเราสามารถกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งได้”

ในปี 2018 คือช่วงแรกที่ “เฮิร์ดแมน” รับงานคุมทีมชาติ แคนาดา และพัฒนาทีมไปได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งการปีนขึ้นมาจากอันดับ 72 สู่ 33 ในฟีฟ่าแรงค์กิ้ง ซึ่งถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

ล่าสุด “เฮิร์ดแมน” กลายเป็นกุนซือคนที่ 2 ต่อจาก “โทนี่ เวทเตอร์” ที่พา “แคนาดา” ผ่านไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ และใช้เวลาทำสิ่งนี้เพียง 4 ปี เท่านั้น ซึ่งถือว่เร็วมากสำหรับทีมที่ไม่เคยไปแข่งในทัวร์นาเม้นต์ระดับโลกมาเกือบ 4 ทศวรรษ

แม้ไม่ได้เข้ามาเล่นในฐานะทีมเต็งลุ้นแชมป์ในปีตีเหมือนทีมดังในยุโรป หรืออเมริกาใต้ แต่เราเชื่อได้เลยว่า “เฮิร์ดแมน” และทีมชาติแคนาดา ชุดในปัจจุบัน พร้อมที่จะสร้างประวัตศาสตร์ครั้งใหม่ของพวกเขาขึ้นมาให้แฟนบอลทั่วโลกได้ประจักษ์ที่ กาตาร์ อย่างแน่นอน

 

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับกูรูคาเฟ่ คลิก 

ให้ฟุตบอลเป็นมากกว่ากีฬา
รับทีเด็ดแม่นๆ ส่งตรงจากคอลัมนิสต์ตัวจริง
คลิกเลย @GURUCAFEV2 

https://bit.ly/3pu5Tar