บทความฟุตบอล คาร์ลอส เกวสต้า

บทความฟุตบอล คาร์ลอส เกวสต้า ความเก๋าที่มาพร้อมกับความเก่ง

บทความฟุตบอล คาร์ลอส เกวสต้า กลายเป็นชื่อที่แฟนบอลของ “อาร์เซนอล” หลาย ๆ คนอยากที่รู้ว่าเขาคือใครขึ้นมาทันที หลังจากนักเตะชาวสเปน ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในทีม “อาร์เซนอล” และค่อนข้างมีบทบาทในสารคดีฟุตบอลของสโมสรอย่าง “All or nothing : Arsenal” ซึ่งกำลังลงฉายผ่านแพลตฟอร์ม “Amazon Prime Video” ในตอนนี้

เด็กหนุ่มที่ได้ลืมตาเกิดที่มายอร์ก้า ในประเทศสเปน จากหนึ่งในเด็กที่หลงรักในกีฬาฟุตบอล แต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะเดินในเส้นทางของนักเตะอาชีพ แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะทำงานร่วมกับนักเตะแทน นั่นก็คือตำแหน่งโค้ช และเขาก็ได้งานแรก

จุดเริ่มต้นของเจ้าตัวในวงการลูกหนัง มันเริ่มขึ้นครั้งแรกในวัยมัธยมของเขา ก้าวเข้าสู่ชีวิตช่วงมหาวิทยาลัย เส้นทางงานโค้ชช่างแตกต่างกับเส้นทางของนักเตะ ที่แข้งอาชีพหลายคนเรียนจบเพียงมัธยมปลายก็มีไม่น้อย และก็ใช้เวลาที่เหลือในการทุ่มเทกับการเล่นฟุตบอ ลเพื่อผลักดันตนเองไปสู่ความมั่งคั่ง เกียรติยศ และชื่อเสียง แต่กับงานโค้ชนั้นมันช่างแตกต่าง เพราะพวกเขานั้นแทบไม่ต่างจากคนธรรมดาทัี่วไป เพราะว่าพวกเขาต้องเริ่มจากการเรียนรู้ และต้องรู้ให้จริง ไม่มีสิ่งไหนจะสอนคุณได้ดีเท่ากับรั้วหมาวิทยาลัย นั่นเป็นการเริ่มต้น ก่อนเข้าสู่สนามจริงในวงการอาชีพกันต่อไป แต่ “เกวสต้า” จะต่างกับคนอื่นซักเล็กน้อย เพราะเจ้าตัวนั้นดวงขึ้นสุด ๆ หลังได้ร่วมงานกับ “แอตเลติโก มาดริด” ในทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเขาทำงานเป็นพาร์ทไทม์ เพราะตัวเองต้องไปเรียนในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

เกวสต้า ในช่วงมหาวิทยาลยั เขาตัดสินใจที่จะออกจากถิ่นบ้าน เดินทางเข้าสู่โปรตุเกสด้วยการย้ายไปเล่นในมหาวิทยาลัยปอร์โต้ ซึ่งที่นั่นทำให้เขาได้พบกับ “วิเตอร์ ฟราเด้” อาจาร์ยชาวสเปนที่สอนเกี่ยวกับทฤษฏีในการกำหนดแนวทาง และเรียนรู้สิ่งที่มันซับซ้อนต่าง ๆ ซึุ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาสามารถนำมาใช้ได้ในวงการฟุตบอลซึ่งเรียกว่า “Tactical Periodisation” ซึ่งจะเป็นการผสมผสานทำงานในหลาย ๆ ด้าน ของฟุตบอลเข้ามาทำงานพร้อมกัน อาทิเช่น การซ้อมด้าน สัมธภาพร่างกาย และการซ้อมแท็กติกการเล่น เราสามารถจัดตารางการซ้อมให้สามารถทำสองสิ่งนี้ควบกันไปได้ เพื่อให้ลดระยะเวลาในการซ้อมให้น้อยลง แต่ได้ประสิทธิภาพดีกว่าเดิมถึงสองเท่า โดยการซ้อมจะเน้นไปที่เรื่องพละกำลังเป็นหลักก็ถูกปรับให้เป็นการซ้อมควบคู่ไปกับการซ้อมที่ผู้เล่นใจในแผนการเล่นของทีมไปในเวลาเดียวกัน

โดยศาสตร์ดังกล่าวที่ “เกวสต้า” ได้เรียนรู้มาตลอดชีวิตที่มหาวิทยาลัย เขาสามารถจดจำมันได้ดี ทั้งยังออกแบบแผนการทำงานขอบงตนได้ภายใต้แนวคิดนั้น ซึ่งมีโค้ชหลาย ๆ คนเรียนรู้มาจาก “ฟราเด้” หนึ่งในนั้นก็คือกุนซือสุดเก๋าอย่าง “โชเซ่ มูรินโญ่” ที่เคยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในฐานะผู้จัดการทีมช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

บทความฟุตบอล คาร์ลอส เกวสต้า

ด้วยวัย 22 ปี “เกวสต้า” จบการศึกษาจากโปรตุเกส และนำความรู้ที่เขาได้มาใช้กับวงการฟุตบอล ผ่านสายงานของตนเอง หากการทำงานของนักเตะเป็นภาพที่ว่าเริ่มต้นจากเด็ดรักฟุตบอล แมวมองเห็นแวว ชวนคุณเข้าทีมเยาวชนสโมสร พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นนักเตะทีมชุดใหญ่ ก้าวไปติดทีมชาติ หรือคว้าแชมป์อะไรมากมาย

เส้นทางของงานโค้ชเป็นอะไรที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากสนามเท่านั้นเอง พวกเขาเริ่มต้นเส้นทางของเขาจากห้องประชุม ซึ่งด้วยความที่ร่วมงานกับ “แอตเลติโก มาดริด” มาก่อนหน้านี้ ทำให้เขามีโอกาสเข้าร่วมประชุมงานโค้ลที่ทาง “ลา ลีกา” เป็นคนจัดงานขึ้น และแน่นอนว่าหลายสโมสรจากทั่วยุโรปเข้ามาร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย หนึ่งในนั้นก็มี “ยูเวนตุส” ซึ่งเขาก็ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของสโมสร ได้คุยเกี่ยวกับแนวทางปรัชญาของตนเอง และนั่นก็ทำให้เขาได้งานที่อิตาลีในทันที ในฐานะของผู้ช่วยผู้จัดการทีมในรุ่นต่ำกว่า 23 ปี

ที่นั่นทำให้เขาได้เริ่มต้นเรียนรู้ใหม่กับฟุตบอลอิตาลี ที่มักถูกพูดถึงเกมรับที่ดี สไตล์การเล่นที่ไม่เน้นเร้าใจแต่เน้นผลในยุคก่อน แม้จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแล้วก็ตาม แต่แนวคิดเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่ และนั่นทำให้ “เกวสต้า” มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น รอบรู้มากกว่าเก่า

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นไม่นานนัก เขาผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยหนุ่มกำลังไฟแรงอยากที่หาความรู้เพิ่มเติม ซึ่ง “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ก็เป้นหนึ่งในสโมสรที่เขาส่งข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราห์แนวทางการเล่นที่เขาศึกษามาของทีมเรือใบสีฟ้ามาให้สโมสรโดยตรง จนทำให้สโมสรสนใจพร้อมกับเชิญเขามาสังเกตุการณ์ซ้อมของทีมในช่วงเวลาหนึ่ง และที่นั่นก็คือ “จุดเชื่อมต่อ” ที่ทำให้เขารู้จักกับ “มิเคล อาร์เตต้า” ผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ในเวลานั้น และต่างฝ่ายต่างก็ประทับใจในความสามารถของกัน และกัน

จนในที่สุดเมื่อ “อาร์เตต้า” ออกมารับงานคุมทีม “อาร์เซนอล” ในปี 2019 เขาก็มองหาทีมงานของตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ถูกเชิญชวนให้มาร่วมงานด้วยอีกครั้งในทีมของโค้ชที่เขาเลือกมาร่วมงานด้วย “เกวสต้า” ในวัย 25 ปี มาร่วมงานกับ “อาร์เซนอล” ในช่วงต้นฤดูกสล 2022-21 ในฐานะผู้ช่วยเฮ้ดโค้ชของ “อาร์เตต้า” ผู้ซึ่งมีหน้าที่เจาะลงไปในเรื่องของการพัฒนานักเตะแบบรายบุคคล ซึ่งการวิเคราห์นี้จะนำวิดิโอการเล่นของนักเตะแต่ละคนมาทำการศึกษา เรียกนักเตะรายตัวมานั่งคุย ศึกษารายละเอี่ยดการเล่นร่วมกัน แนวคิดการตัดสินใจในการเล่นในจังหวะสำคัญ รวมถึงเรื่องของการดึงความต้องการ ความเป็นตัวตนของผู้เล่นออกมา ภายใต้การทำงานร่วมกันกับ โค้ชอย่าง “อัลเบิร์ต สตูเวนเบิร์ก” ผู้ซึ่งทำงานด้านแท็คติกการเล่นโดยตรงให้กับทีมเพื่อเป้าหมายเดียว

“ทำอย่างไรให้นักเตะสามารถเล่นได้ตามที่ตัวเองต้องการ กับแผนการเล่นของทีม และทำให้เห็นประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมได้ในสนาม”

บทความฟุตบอล คาร์ลอส เกวสต้า

ในปัจจุบัน ด้วยอายุเพียง 27 ปี เจ้าตัวก็สร้างความโดดเด่นด้านการสื่อสารได้เป็นอย่างดี เขาสามารถพูดได้ถึง 6 ภาษา ดังนี้ าษาอังกฤษ , สเปน, อิตาลี , โปรตุเกส , ฝรั่งเศส และคาตาลัน จากชีวิตที่เดินทางมาแล้วหลายประเทศตั้งแต่เด็ก กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้เขาสามารถเข้าใจนักเตะทุกคนมากกว่าเดิม และนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้จะได้รับข้อเสนอให้ขึ้นนำทัพมาบ้างแล้ว แม้จะมีอายุไม่ถึง 30 ปีก็ตาม

“หากคุณเก่งพอ อายุคุณก็คงเก๋าพอ” ยังคงใช้ได้ทุกสถานการณ์สำหรับการทำงาน และ “เกวสต้า” คือหนึ่งในนั้น หากวันหนึ่งเขาเลือกที่จะเดินในเส้นทางใหม่ ๆ อีกครั้งในอนาคต

“อาร์เซนอล” คงไม่ใช่ทีมสุดท้ายสำหรับเขาอย่างแน่นอน แต่จะเป็นเหมือนสถานศึกษาที่ให้เขาได้เรียนรู้ เป็นห้องเรียนระดับสูงที่เรียนไปด้วย ได้ทำงานไปด้วย ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งค่าแรงไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อรอให้รอให้ถึงในวันที่เขาพร้อมและ แกร่งพอที่จะเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ เขามีความเชื่อมั่นว่า เขาได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดีที่สุดมาแล้วแห่งหนึ่งในวงการลูกหนัง

หากในช่วงวัย 27 ปีนี้ คือวัยที่เป็นช่วงพีคที่สุดของอาชีพนักเตะ แต่สำหรับสายกุนซือ นี่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น จุดจบยังคงอยู่อีกยาวใกล

ติดตามข่าวสารฟุตบอลไปกับกูรูคาเฟ่ คลิก 

ให้ฟุตบอลเป็นมากกว่ากีฬา

รับทีเด็ดแม่นๆ ส่งตรงจากคอลัมนิสต์ตัวจริง
คลิกเลย @GURUCAFEV2 

https://bit.ly/3pu5Tar